เนื้อผ้าและเทคนิคการตัดสูท ที่เหมาะกับสภาพภูมิอากาศเมืองไทย

เพราะเมืองไทยเป็นที่เข้าใจกันดีถึงสภาพอากาศว่า ร้อน ร้อนมาก และร้อนมากที่สุด หลายๆท่านเลยหยุดคิดที่จะนำสูทออกจากตู้มาสวมใส่ เพราะสร้างความอบอ้าวและสวมใส่กี่ครั้งก็รู้สึกไม่สบายเนื้อไม่สบายตัว แต่วันนี้ Lovingplaceuniform ไม่ยอมให้คุณหมดความหล่อและภูมิฐาน กับวิธีการเลือกเนื้อผ้าในการตัดสูทแบบไหนที่จะทำให้กลายเป็นชุดสุดเก่งและพร้อมกับสภาพอากาศเมืองไทย

เน้นเนื้อผ้าโปร่งและบางเบาแต่ให้ความรู้สึกภูมิฐานในขณะเดียวกันจุดใหญ่ใจความในการตัดสูทที่ต้องเน้นเลยคือการใช้งานที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อม ผ้าคุณภาพดีที่เหมาะสำหรับการตัดเป็นเสื้อสูทก็คือ ผ้าวูล  แต่ลักษณะของเนื้อผ้าก็ถูกออกแบบมาเพื่อให้เหมาะกับการใช้งานในแต่ละที่ไม่เหมือนกัน


เสื้อสูทที่เราใช้งานควรทำจากผ้าวูลที่มีน้ำหนักเบา แต่แน่นอนว่าจะต้องเหมาะสมกับแพทเทิร์นของชุดสูท คือสามารถคงตัวและได้รูปเพียงแต่เน้นการระบายอากาศที่มากขึ้น  แนะนำให้เลือกผ้าวูลที่มีน้ำหนักประมาณ 8-9 ออนซ์ เพื่อที่จะทำให้เสื้อสูทของเราทิ้งตัวอยู่ทรงสวย แต่ไม่หนาและหนักจนใส่แล้วร้อนระอุจนทนไม่ไหว

วิธีการสังเกตเนื้อผ้าคือ ดูที่ความโปร่งของเนื้อผ้า หรือ WEAVE โดยวิธีการดูว่าเนื้อผ้าวูลที่เราจะซื้อนั้นโปร่งแสงมากน้อยแค่ไหนได้โดยยกเนื้อผ้าขึ้นส่องดูกับแสงไฟ เราจะเห็นเนื้อผ้าที่โปร่งนั้นมีการทอที่ห่างและเห็นแสงส่องทะลุได้อย่างชัดเจน ผ้าที่เหมาะสำหรับการใช้งานในบ้านเราก็เช่นผ้า Fresco Wool และผ้า Hopsack Wool เป็นต้น

การวางซับในที่น้อยลง ช่วยเพิ่มพื้นที่ในการระบายอากาศ
หลักในการออกแบบสำหรับสูทคือการใส่ซับในหรือ Lining เพื่อความสวยงามคงรูป ถ้าหากเราจำเป็นที่จะต้องซื้อสูทสำเร็จรูปควรเลือกชนิดที่ซับในสร้างความสวยงามให้สูทคงรูป แต่ขณะเดียวกันก็เว้นพื้นที่สำหรับการระบายอากาศอย่างเหมาะสม แต่หากเป็นสูทที่ตัดสามารถออกแบบและปรึกษากับดีไซน์เนอร์ถึงความต้องการและเหตุผลในการใช้งานที่จะทำให้สูทคงรูปสวยและเหมาะกับสภาพอากาศอย่างลงตัว

เลือกโครงสร้างสูทแบบมี Canvas 

เทคนิคการอัดกาว อาจจะทำให้สูทคงรูปเป๊ะและทรงสวย แต่แน่นอนว่ามีผลต่อความร้อนสำหรับร่างกายของเราเช่นกัน สูทแบบอัดกาว หรือ Fused Suit ซึ่งใช้โครงสูทที่ทำจากเส้นใยผ้าหนาๆ แล้วใช้กาวในการอัดโครงสร้างติดกับเนื้อผ้าชิ้นนอกของตัวสูทเพื่อขึ้นโครงสูท ทำให้การระบายอากาศทำได้ยาก

แต่ในส่วนของแบบมีCanvas จะใช้วิธีการ “เย็บ” เพื่อติดตัวโครง Canvas เข้าไประหว่างผ้าวูลและซับใน เส้นใยหางม้าที่มีลักษณะโปร่ง และไม่ได้ถูกทากาวจนปิดทึบ จะไม่ปิดกั้นการระบายอากาศ และช่วยให้เสื้อสูทมีความลงตัวในการสวมใส่สำหรับภูมิอากาศบ้านเรามากขึ้น

การเลือกความลงตัวในการตัดสูท การใช้เนื้อผ้า ตลอดจนเทคนิคการตัดเย็บต้องอาศัยความชำนาญและประสบการณ์อย่างมืออาชีพ และเพราะ Lovingplaceuniform มีประสบการณ์ในด้านนี้เกือบยี่สิบปี จึงพร้อมรังสรรค์ความสวยงามบวกกับการใช้งานแบบมืออาชีพสำหรับคุณในราคาที่น่าพึงพอใจและการบริการที่เรามั่นใจว่าคุณต้องบอกต่อและกลับมาหาเราในโอกาสสำคัญ แถมโปรโมชั่นดีๆที่เราจัดให้คุณแบบคุ้มค่ากับราคาที่จ่าย เพียงเดินเข้ามาปรึกษาเรา ทั้งสูท ยูนิฟอร์มที่จะช่วยสร้างภาพลักษณ์ให้คุณและองค์กรสง่างามแน่นอน
 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *